บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) หากคุณสมัครผ่านลิงก์ในบทความนี้ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกับคุณ อ่านรายละเอียดที่ หน้าการเปิดเผยข้อมูล

สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ควรทำตอนไหน และจะประหยัดได้เท่าไหร่?

ถ้าคุณผ่อนบ้านมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และสงสัยว่า "ดอกเบี้ยที่จ่ายอยู่มันแพงเกินไปไหม?" — นั่นคือสัญญาณแรกว่าอาจถึงเวลา รีไฟแนนซ์บ้าน แล้ว การรีไฟแนนซ์คือการย้ายสินเชื่อจากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ที่ให้ดอกเบี้ยถูกกว่า หรือเจรจาขอดอกเบี้ยใหม่กับธนาคารเดิม ซึ่งถ้าทำได้ถูกจังหวะ อาจประหยัดเงินได้หลักแสนถึงหลักล้านบาทตลอดอายุสัญญา

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร?

การรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) คือการกู้เงินก้อนใหม่จากธนาคารแห่งหนึ่ง เพื่อนำไปปิดยอดหนี้บ้านที่มีอยู่กับธนาคารเดิม โดยหวังผลให้ได้ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ทำให้ค่างวดรายเดือนลดลง หรือระยะเวลาผ่อนสั้นลง

หลายคนสับสนระหว่าง "รีไฟแนนซ์" กับ "รีเทนชัน (Retention)" ซึ่งต่างกันที่:

ควรรีไฟแนนซ์ตอนไหน?

ทั่วไปแนะนำให้พิจารณารีไฟแนนซ์เมื่อครบเงื่อนไขเหล่านี้:

1. ผ่อนบ้านมาแล้ว 3 ปีขึ้นไป

สัญญากู้บ้านส่วนใหญ่มักมีเงื่อนไข "ล็อกดอกเบี้ย" ในช่วง 1–3 ปีแรก หากรีไฟแนนซ์ก่อนครบกำหนด อาจต้องจ่าย ค่าปรับ (Prepayment Penalty) สูงถึง 2–3% ของยอดหนี้คงเหลือ ซึ่งหักกลบแล้วอาจไม่คุ้ม

2. ส่วนต่างดอกเบี้ยห่างกันอย่างน้อย 0.5–1% ต่อปี

กฎง่าย ๆ คือ ถ้าธนาคารใหม่เสนออัตราต่ำกว่าเดิมอย่างน้อย 0.5% และยอดหนี้คงเหลือยังมีอีกหลายปี ก็มักจะคุ้มค่าเมื่อคำนวณรวมค่าใช้จ่ายแล้ว

3. ยอดหนี้คงเหลือยังสูงพอ

ถ้าผ่อนเหลือแค่ 3–5 ปีสุดท้าย ดอกเบี้ยที่จ่ายแต่ละงวดน้อยมากอยู่แล้ว การรีไฟแนนซ์อาจไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ต้องจ่าย

4. เครดิตสกอร์ดีขึ้น

ถ้าตอนกู้ครั้งแรกเครดิตไม่ดีนัก แต่ตอนนี้ประวัติชำระดีขึ้นมาก อาจเจรจาขอดอกเบี้ยที่ดีกว่าได้

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ที่ต้องรู้

ก่อนตัดสินใจ ต้องนับรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด:

รายการค่าใช้จ่าย (โดยประมาณ)
ค่าประเมินราคาทรัพย์สิน2,000–5,000 บาท
ค่าธรรมเนียมโอนจดจำนอง1% ของวงเงินกู้ (แบ่ง 50:50 กับธนาคาร มักจ่ายจริง 0.5%)
ค่าอากรแสตมป์0.05% ของวงเงินกู้
ค่าปรับปิดหนี้ก่อนกำหนด (ถ้ามี)0–3% ของยอดหนี้คงเหลือ
ค่าดำเนินการสินเชื่อ (บางธนาคาร)0–5,000 บาท
ค่าประกันอัคคีภัย (บางแห่งบังคับต่อ)แล้วแต่มูลค่าทรัพย์สิน

ตัวอย่าง: ยอดหนี้คงเหลือ 2,000,000 บาท ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์ประมาณ 20,000–40,000 บาท ถ้าลดดอกเบี้ยได้ 1% ต่อปี ประหยัดปีละ ~20,000 บาท แปลว่าคืนทุนภายใน 1–2 ปี และประหยัดเงินได้มากในระยะยาว

ตัวอย่างคำนวณ: ประหยัดได้เท่าไหร่?

สมมติ: ยอดหนี้คงเหลือ 3,000,000 บาท · ผ่อนเหลือ 20 ปี

หักค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์ประมาณ 30,000 บาท ก็ยังเหลือส่วนประหยัดสุทธิ เกือบ 400,000 บาท

ต้องการปิดหนี้บ้านเก่าด้วยสินเชื่อรีไฟแนนซ์ดอกเบี้ยต่ำ — เช็กเงื่อนไขและสมัครออนไลน์ได้เลย
สมัครสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

ขั้นตอนรีไฟแนนซ์บ้าน

  1. เช็กยอดหนี้คงเหลือและเงื่อนไขสัญญาเดิม — ดูว่ายังอยู่ในช่วงล็อกดอกเบี้ยหรือไม่ มีค่าปรับปิดก่อนกำหนดเท่าไหร่
  2. เปรียบเทียบข้อเสนอหลายธนาคาร — ยื่นขอ Pre-approval กับ 2–3 ธนาคาร เพื่อเปรียบเทียบ MRR ที่แต่ละแห่งใช้ และส่วนลดที่ให้
  3. คำนวณความคุ้มค่า — เอาค่าใช้จ่ายรวมหารด้วยเงินที่ประหยัดต่อปี = จำนวนปีที่คืนทุน ควรไม่เกิน 2–3 ปี
  4. เตรียมเอกสาร — บัตรประชาชน, สลิปเงินเดือน/หลักฐานรายได้ย้อนหลัง 3–6 เดือน, Statement บัญชีธนาคาร, โฉนดที่ดิน, สัญญากู้เดิม
  5. ยื่นคำขอและรอการอนุมัติ — ใช้เวลาประมาณ 2–4 สัปดาห์
  6. นัดจดทะเบียนที่กรมที่ดิน — ธนาคารเดิมปลดจำนอง, ธนาคารใหม่จดจำนองพร้อมกัน

เอกสารที่ต้องเตรียม

ข้อควรระวัง

ต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลฉุกเฉิน ระหว่างรอการอนุมัติรีไฟแนนซ์บ้าน — TTB Flash Cash ให้วงเงินสูง อนุมัติไว
สมัคร TTB Flash Cash

รีเทนชันกับรีไฟแนนซ์ อะไรดีกว่า?

ก่อนจะยื่นกับธนาคารใหม่ แนะนำให้ ลองเจรจากับธนาคารเดิมก่อน บอกว่าคุณกำลังพิจารณารีไฟแนนซ์ไปที่อื่น ธนาคารมักจะยื่นข้อเสนอรีเทนชัน (ลดดอกเบี้ยให้โดยไม่ต้องย้าย) เพื่อรักษาลูกค้า ข้อดีของรีเทนชันคือ ค่าใช้จ่ายน้อยกว่ามาก (มักไม่มีค่าจดจำนองใหม่) แต่ส่วนลดที่ได้อาจน้อยกว่ารีไฟแนนซ์

กลยุทธ์ที่ดีที่สุด: เจรจารีเทนชันก่อน ถ้าได้ข้อเสนอไม่ดีพอ ค่อยรีไฟแนนซ์จริง

ต้องการออมเงินส่วนเกินจากการลดค่างวดบ้านให้ได้ดอกเบี้ยสูง — KEPT by Krungsri เปิดบัญชีออมทรัพย์ผ่านแอปได้เลย
เปิดบัญชี KEPT ดอกเบี้ยสูง

คำถามที่พบบ่อย

รีไฟแนนซ์บ้านได้บ่อยแค่ไหน?

ทำได้ทุก 3 ปี (หรือตามที่สัญญากำหนด) แต่ทุกครั้งที่รีไฟแนนซ์จะมีค่าใช้จ่าย ควรทำเมื่อส่วนต่างดอกเบี้ยคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

รีไฟแนนซ์แล้วขอวงเงินเพิ่มได้ไหม?

ได้ หากมูลค่าหลักประกัน (บ้าน) สูงกว่ายอดหนี้คงเหลือ ธนาคารบางแห่งให้กู้เพิ่มได้สูงสุด 80–90% ของราคาประเมิน ซึ่งเรียกว่า "Cash Out Refinance" นำเงินส่วนเกินไปใช้จ่ายอื่นได้

มีประวัติผ่อนบ้านสม่ำเสมอ ช่วยรีไฟแนนซ์ได้ดีขึ้นไหม?

ช่วยมากครับ ประวัติชำระตรงเวลาทุกงวดทำให้เครดิตสกอร์ดี ธนาคารมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และอาจเสนออัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าลูกค้าทั่วไป

ถ้าบ้านราคาตก รีไฟแนนซ์ยังได้อยู่ไหม?

ได้ยากขึ้น เพราะ LTV (Loan to Value) สูงขึ้น ธนาคารอาจอนุมัติได้น้อยลงหรือกำหนดเงื่อนไขเพิ่ม บางกรณีต้องวางเงินดาวน์เพิ่มเพื่อลด LTV ก่อน

รีไฟแนนซ์บ้านสอง-สามหลังพร้อมกันได้ไหม?

ได้ แต่ธนาคารจะพิจารณา DSR (Debt Service Ratio) รวม และวงเงินกู้แต่ละหลังอาจต่างกัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารและกฎเกณฑ์ของ ธปท.

ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา กรุณาตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ